สมัยก่อนมนุษย์เดินทางด้วยเท้า ก็ได้ออกกำลังกายไปในตัว
ต่อมามีรถม้า ม้าก็เดินเยอะกว่าคน
ต่อมามีรถยนต์ คนแทบจะเป็นง่อย ขยับแค่มือ ใช้สมาธิขับรถ แต่ด้านกายภาพมันไม่เหมือนเดิมแล้ว
คนก็เลยหันมาวิ่ง เตะฟุตบอล โยคะ ทำอะไรสักอย่างให้ได้ขยับแข้งขยับขา
ชัดมากคือมนุษย์เงินเดือน
เข้าร้านนวดบ่า ไหล่ คอ
หนักกว่านั้นก็ทำกายภาพบำบัดกันไปเลย (แอดลองมาแล้ว)
นี่เรามาถึงยุคที่นั่งอยู่กับที่ ใช้กล้ามเนื้อบางส่วน
อีกส่วนค่อย ๆ ลีบลง อ่อนเปลี้ย เพลียแรง
แต่วันนี้เรามาถึงยุค AI
ยุคที่มันถอดสมองมนุษย์ไปเลียนแบบ
มันทำงานในส่วนที่เราเคยใช้สมอง
ไม่มากก็น้อย สมองเราก็ใช้งานน้อยลง
เพราะมันเกิดมาเพื่อแทนสมอง
บางครั้งเรียกมันว่า “สมองที่สองของมนุษย์”
บ่อยครั้งเราทึ่ง
แอดเองก็ทึ่ง
มันมีระบบ มีระเบียบ การเรียบเรียงที่ดีกว่ามนุษย์ทำเองเสียอีก
มันคงถอดสมองของมนุษย์เก่ง ๆ มานั่นแหละ
แต่การพึ่งพา AI มากเกินไป
จนสมองไม่ค่อยได้คิด คำนวณ หรือจดจำ
มันอาจทำให้สมองขาดการกระตุ้นได้
วันนี้เลยลองค้นหาวิธี ให้เราได้ออกกำลังกายสมองกัน
1. งดใช้แป้นพิมพ์บ้าง ลองเปลี่ยนจากการพิมพ์มาเป็นการจดบันทึกด้วยลายมือ เพื่อรื้อฟื้นความจำและทักษะที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน
ข้อนี้แอดฝึกอยู่ ผ่านการจดบันทึก เพราะด้วยงานต้องใช้แป้นพิมพ์ช่วย ไม่งั้นไม่ทันกิน หนักกว่าพิพม์คือพูดเอาให้เอไอพิมพ์ให้ อาศัยมาฝึกความจำผ่านการจดบันทึกประจำวัน
2. ทดสอบความจำด้วยลิสต์สิ่งของ ลองเขียนลิสต์รายการสิ่งของที่ต้องซื้อหรือสิ่งที่ต้องทำ อ่านและจำไว้ในใจ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วลองพยายามเขียนรายการนั้นออกมาใหม่โดยไม่ดู จะช่วยพัฒนาระบบความจำให้แม่นยำขึ้น
3. วาดแผนที่จากความจำ เมื่อเดินทางไปสถานที่ใหม่ๆ ลองพยายามระลึกเส้นทางและวาดแผนที่ พร้อมระบุจุดสังเกตต่างๆ ตามรายทางเพื่อฝึกการจดจำมิติสัมพันธ์
4. เรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มีงานวิจัยยืนยันว่าการเรียนรู้ภาษาที่สองช่วยชะลอความชราและภาวะความเสื่อมของสมองได้
ข้อนี้ ฝึกๆ หยุดๆ ตามอารมณ์
5. เล่น Board Games พวกนี้จะช่วยกระตุ้นสมองส่วนการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การแก้ปัญหา การวางแผน และเสริมความจำใช้งาน
6. ทำอาหารเมนูใหม่หรือเล่นดนตรี กิจกรรมเหล่านี้ต้องใช้ประสาทสัมผัสหลายส่วนทำงานประสานกันทั้ง ตา หู จมูก การเคลื่อนไหว ซึ่งดีต่อการประมวลผลของสมอง
7. ฝึกจำด้วยภาพ เป็นเทคนิคการจำโดยนำข้อมูลที่ต้องการจำ ไปผูกเรื่องราวไว้กับสถานที่หรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่คุณคุ้นเคย จะช่วยให้สมองจดจำข้อมูลใหม่ๆ ได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น
(อันนี้ดีนะ “จำโดยผูกเรื่องราว” แอดผูกเรื่องจำชื่อน้องฝึกงานว่า เกิดราศีมีน เจอหน้าปุ๊ปจำได้เลย แต่ก่อนจำไม่ได้เพราะหาความสอดคล้องกับ มีน ไม่ได้)
8. เล่นเกมต่อคำในใจ ลองนึกคำศัพท์ขึ้นมา แล้วหาคำอื่นที่มีพยัญชนะต้นหรือตัวสะกดเหมือนกันมาต่อยอดไปเรื่อยๆ เพื่อกระตุ้นการดึงข้อมูลจากสมอง
หืมม เล่นคนเดียวก็ได้เหรอ เดี๋ยวลองบ้าง 55
9. ขยับมือสลับข้าง ทำท่าบริหารง่ายๆ เพื่อกระตุ้นให้สมองซีกซ้ายและขวาทำงานประสานกัน เช่น ท่าจีบ-L (มือซ้ายจีบ มือขวาทำรูปตัว L แล้วทำสลับกัน) ท่าโป้ง-ก้อย (มือซ้ายชูนิ้วโป้ง มือขวาชูนิ้วก้อย แล้วสลับกัน) หรือ ท่าจับหูสลับจับจมูก
อ่อ รู้ละ ทำไมบริษัทเอาเกมนี้มาเล่น และฉันคือทำไม่ทัน สมองซีกซ้ายและขวามันตีกัน งื๊อ
10. นอนหลับให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง การนอนหลับลึกเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สมองจะนำข้อมูลใหม่ๆ มาจัดระบบและเก็บเป็นความทรงจำระยะยาว หากอดนอนจะทำให้ความสามารถในการให้ความสนใจและการแก้ปัญหาลดลง
ข้อนี้ยากอะ ท้อแท้![]()
11. ออกกำลังกาย เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ การยกน้ำหนัก โยคะ ไทเก็ก มันจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ส่งเสริมการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ และเสริมความจำ
12. รับประทานอาหารบำรุงสมอง เน้นอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (ข้าวกล้อง ธัญพืช) โปรตีนที่มีโอเมก้า 3 (ปลาทะเล ปลาน้ำจืด) ไข่ (มีโคลีนช่วยสร้างสารสื่อประสาทด้านความจำ) และวิตามินบีต่างๆ เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ประสาท
13. ฝึกการเจริญสติ การฝึกสมาธิและจดจ่ออยู่กับปัจจุบันช่วยพัฒนาการควบคุมอารมณ์ และเพิ่มความสามารถในการใส่ใจ
มีใครทำข้อไหนอยู่บ้าง หรือมีวิธีไหนเพิ่มเติม มาบอกกันหน่อย เผื่อไปลองทำ
