หลายคนอาจตั้งเป้าเก็บบิตคอยน์ให้ได้ 1 เหรียญ แต่พอเห็นราคาขยับขึ้นเรื่อยๆ บางคนก็ถอดใจไปเสียก่อน ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม
แต่ถ้าสิ่งสำคัญไม่ใช่การไปให้ถึง 1 Bitcoin ล่ะ? สิ่งมีค่าที่รออยู่ปลายทาง อาจมีมูลค่ามากกว่าบิตคอยน์ก็เป็นได้
เพราะวินัยเล็กๆ ที่เราสะสมในแต่ละวัน ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ
นี่คือ 3 วิธีคิดจากหนังสือ Atomic Habits ที่อาจเปลี่ยนวิธีสะสม Bitcoin ของเรา ให้ไปไกลกว่าแค่ “จำนวน”
1. โฟกัส “กระบวนการ” แทน “ปลายทาง”
เจมส์ เคลียร์ อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า
เป้าหมายนั้นดีสำหรับการกำหนดทิศทาง แต่กระบวนการต่างหากที่ดีที่สุดสำหรับความก้าวหน้า
ลองเทียบกับการตั้งเป้าหมาย เช่น ตั้งใจเก็บ 1 BTC ถ้าสมมุติว่า Bitcoin ราคาคงที่ 2.6 ล้านบาท/BTC ตลอด และออมเดือนละ 500 บาท
จะต้องใช้เวลาประมาณ 433 ปี ถึงจะสะสมครบ 1 BTC 😅 ฟังแล้วยิ่งโคตรถอดใจเข้าไปอีก
แต่อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญไม่ใช่ “เป้าหมาย” แต่คือ “กระบวนการ” การออมวันละเล็กน้อย เช่น วันละ 108 บาท ไปเรื่อยๆ อย่างเป็นระบบ โดยใช้วินัยของตัวเองเป็นจุดเริ่มต้น
แม้สุดท้ายคุณอาจไปไม่ถึง 1 BTC แต่ระบบนี้จะทำให้คุณมีเงินออมมากกว่าคนที่ไม่ทำอะไรเลย
ก้มหน้าก้มตาออมอย่างสม่ำเสมอ เราจะเห็นความก้าวหน้ารายวัน สิ่งนี้คือ “Small Win” ที่เก็บเกี่ยวได้ตลอดเส้นทาง
2. เปลี่ยนที่ตัวตน ไม่ใช่แค่การกระทำ
การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนที่สุดไม่ได้มาจาก “สิ่งที่คุณต้องการจะได้” แต่มาจาก “สิ่งที่คุณเชื่อว่าคุณเป็น” คือลึกลงไปถึงชั้น Identity
บอกตัวเองไปเลยว่า “ฉันนี่แหละบิตคอยน์เนอร์” เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่า ฉันจะถือยาว ตลาดแย่ฉันก็ยังสะสมต่อ พูดง่ายๆ คือเชื่อไปก่อนว่าฉันเป็นสิ่งนั้น
สมมุติคุณกด DCA ทุกวัน แม้ในวันที่ตลาดแดงเดือด ให้ถือว่าทุกครั้งคือ 1 คะแนนเสียงให้กับความเป็น “นักลงทุนผู้มีวินัย” ของคุณ ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นกี่ BTC ก็ตาม
เหมือนคนที่กำลังเลิกบุหรี่ ถ้ามีใครมาชวนก็ต้องใจแข็ง บอกไปเลยว่า “ปกติผมไม่สูบบุหรี่” แทนที่จะพูดว่า “ผมกำลังพยายามเลิกบุหรี่อยู่” ซึ่งเป็นการตัดการต่อรองในใจออกไปทันที
3. เข้าใจภาวะ “ศักยภาพซ่อนเร้น”
หลักการ “ภาวะแห่งศักยภาพที่ซ่อนเร้น” จากหนังสือ Atomic Habits อธิบายว่า ทำไมความพยายามอย่างต่อเนื่องจึงดูเหมือนไม่มีผลลัพธ์ในช่วงแรก แต่จะส่งผลมหาศาลในภายหลัง
เราอาจเปรียบการสะสม Bitcoin ในช่วงที่ราคานิ่งสนิท เหมือนการเพิ่มอุณหภูมิในห้องจาก 18 องศา ค่อยๆ ปรับขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 32 องศา นั่นแหละ ก้อนน้ำแข็งที่วางอยู่ในห้องจึงจะ “เริ่มละลาย”
การออมทีละน้อยในวันนี้แทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แถมโดนล้ออีกต่างหากว่าเมื่อไหร่จะรวย แต่ความพยายามที่สะสมไว้จะระเบิดพลังออกมาเมื่อถึงจุดเปลี่ยน เช่น Halving หรือ Bull Run
ขมวดยับ
เก็บออมคอยน์ทีละน้อยในตอนนี้ ก็ยังไม่ทำให้เราเป็นมหาเศรษฐีอยู่ดี ฝึกภาษาอังกฤษ 1 ชั่วโมง ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะพูดภาษาอังกฤษได้ สิ่งเหล่านี้ไม่เห็นผลทันตา คนเราจึงชอบวนกลับไปทำพฤติกรรมแบบเดิม เพราะ “อดทนรอคอยไม่ได้”
ความสำเร็จคือผลลัพธ์ของนิสัยที่ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนอะไรเพียงครั้งเดียวในชีวิตแล้วสำเร็จเลย

ใส่ความเห็น