แบบทดสอบบอกว่าฉันมีแนวโน้มเป็น Perfectionist แต่ที่ต้องหยุดคิด คือราคาที่ต้องจ่าย

แบบทดสอบบอกว่าฉันมีแนวโน้มเป็น Perfectionist แต่ที่ต้องหยุดคิด คือราคาที่ต้องจ่าย

ทันทีที่ตอบคำถามครบ 120 ข้อ ผลการทดสอบก็เด้งใส่หน้า ตอนนั้นอึ้งไป 3 วิ 😳 แม้จะไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ เพราะคนรอบข้างบอกมาตลอดว่า เราน่าจะเป็นคนประเภทนี้

แต่การทำแบบทดสอบทำให้รู้สึกว่า เออ…สงสัยจะค่อนไปทางนั้นจริงๆ 🤔 (เคยทำมาหลายแบบทดสอบ แต่เจ้านี้ลองครั้งแรก)

ความไวทางอารมณ์ + Perfectionist

หลายอย่างค่อนข้างตรง เช่น การมี “ความไวทางอารมณ์” สูง เมื่อคุณสมบัตินี้ทำงานร่วมกับความเป็น Perfectionist ทั้งคำวิจารณ์ ความผิดพลาด และแรงกดดัน จึงอาจส่งผลต่อความรู้สึกมากกว่าที่ควรจะเป็น

เช่น ถ้าเจออะไรผิดพลาดในงานเขียนหรือคลิป แม้จะเป็นข้อผิดพลาด “เพียงเล็กน้อย” อักษรเดียว สระเดียว สีเพี้ยน เส้นขอบโผล่ หรือเฉดสีสะดุด ก็จะหงุดหงิด ผิดหวังกับตัวเองรุนแรง 🔍

และคือเหนื่อยจริง…กับการแก้พาดหัวข่าวหลายรอบ ตรวจงานหลายรอบ ย้ำคิดย้ำทำ กลัวงานผิดพลาด หรือย้อนกลับไปฟังคำสัมภาษณ์เพื่อตรวจเพียงคำเดียว วลีเดียว ประโยคเดียว 😮‍💨 ไม่กล้าปล่อยงานจนกว่าจะรู้สึกว่าดีพอ (มีผู้ช่วยเป็นเอไอ แต่ไฟนอลยังอยู่ที่คน)

ดูเหมือนจะเป็นความละเอียดรอบคอบ แต่ถ้ามากเกินไป มันก็อาจทำให้เสียเวลา เหนื่อยกับรายละเอียด และมองไม่เห็นว่างานโดยรวมอาจดีพอแล้ว

มาตรฐานสูง มาพร้อมต้นทุนทางอารมณ์ที่สูง

แต่ผลทดสอบก็ยังบอกถึงด้านที่เป็นประโยชน์ของ Perfectionist อยู่นะ เช่น แนวโน้มที่จะทุ่มเทกับงาน และให้ความสำคัญกับสิ่งที่รับปากไว้ แต่ก็นั่นแหละ สิ่งเหล่านี้อาจมาพร้อมความอ่อนไหวทางอารมณ์ โดยเฉพาะความโกรธ ความกดดัน และความวิตกกังวล

พูดอีกแบบคือ มาตรฐานที่ตั้งไว้กับตัวเองอาจช่วยผลักดันให้งานดีขึ้น แต่ก็มักมาพร้อม “ต้นทุนทางอารมณ์ที่สูง” ตามไปด้วย 🥲 (ตรงจั๊ด!)

โจทย์ที่ยากพอสมควรสำหรับฉัน คงไม่ใช่ “การเลิกรู้สึก” เพราะงานที่ทำเน้นความถูกต้องเป็นไพรออริตี้แรก แต่คงเป็นการไม่ปล่อยให้ทุกความรู้สึกกลายเป็นแรงกดดันต่อตัวเอง และคั่งค้างในสมองนานเกินไปจนสะบัดไม่ออก!

สิ่งที่ควรระวังคือ ความโกรธและความเครียดที่สะสมได้ง่าย ถ้าไม่มีช่องทางระบายที่เหมาะสม ขณะที่วินัยกับความรอบคอบก็ยังไม่เท่ากันทุกด้าน บางครั้งเริ่มงานเร็วโดยยังคิดไม่รอบ หรือหมดแรงก่อนงานเสร็จ (มาเป็นพักๆ แบตหมดเป็นรอบๆ 🪫)

สารภาพว่าที่หายไป ก็เพราะแบตหมดนี่แหละทุกคน 🥲

อ่านมาถึงตรงนี้…ฉันคิดว่าประโยชน์ของแบบทดสอบอาจไม่ได้อยู่ที่การบอกว่าเรา “เป็นคนประเภทไหน” แต่อยู่ที่การทำให้เรากลับมาสังเกตตัวเองว่า บุคลิกภาพที่เราเป็นอยู่กำลังช่วยผลักดันเรา หรือกำลังกดดันเรามากเกินไป

ขมวดยับ

ผลจากแบบทดสอบชุดเดียวคง “นิยามตัวเราได้ไม่ทั้งหมด” บางทีเราคิดนานในแต่ละข้อ เพราะมีบริบทก่อนตอบ แต่คำถามมาสั้นๆ และให้ตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่ไล่ 5 ระดับ ผลบางข้อจึงไม่ค่อยตรง

แต่อย่างน้อย มันอาจทำหน้าที่เหมือนกระจก ช่วยให้เราเห็นบางมุมของตัวเองที่เคยมองข้าม

ใครอยากรู้ว่าตัวเองมีบุคลิกแบบไหน ลองทำแบบทดสอบนี้ดู แล้วมาแชร์หน่อยว่าตรงไหม 😊 มีทั้งแบบ 50 ข้อและ 120 ข้อ 📝

👉 ลิงก์แบบทดสอบ (ฟรี): bigfivepersonality.me


ข้อจำกัดของแบบทดสอบ: Big Five (OCEAN) เป็นเครื่องมือสำรวจตนเองเพื่อทำความเข้าใจบุคลิกภาพเบื้องต้น ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยทางจิตเวชหรือจิตวิทยาคลินิก ผลคะแนนสะท้อนมุมมองที่คุณมีต่อตัวเอง ณ ช่วงเวลาที่ทำแบบทดสอบ และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามบริบทชีวิตและช่วงเวลา

เขียนโดย ชัชชญา อังคุลี

นักข่าวสายเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนมากว่า 17 ปี · อ่านเรื่องของฉัน →

ความคิดเห็น

ใส่ความเห็น