เงินแต่ละหลัก ต้องแลกด้วยอะไร? จาก 1 ล้าน ถึง 10,000 ล้าน

เงินแต่ละหลัก ต้องแลกด้วยอะไร? จาก 1 ล้าน ถึง 10,000 ล้าน

ขมวดสั้นๆ

  • 1 ล้านแลกด้วยหยาดเหงื่อ 10 ล้านแลกด้วยเวลา 100 ล้านต้องสละ know-how เพื่อสร้างทีม
  • 1,000 ล้านต้องใช้ระบบ 10,000 ล้านเจ้าของต้องล่องหน
  • ตัวแปรสำคัญคือการเปลี่ยน mindset และตัวตนในแต่ละเฟส

เป็นอีกหนึ่งคลิปที่ชอบมากๆ สัมภาษณ์คุณต้น เศรษฐีหมื่นล้าน โดย ดร.เอ็ม เพจ “ติดเล่ากับอาจารย์เอ็ม เฟซจริง” คนดังแวดวงการลงทุนบ้านเรา

คุณต้นไม่ได้มาเล่าว่าลงทุนอย่างไรให้รวยเร็ว แต่วิถีการสร้างตัวของคุณต้นเริ่มจากคนทั่วไปที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร

คำถามคือ จากที่ไม่มีอะไร ไต่เต้ามาถึงหลักหมื่นล้านบาทอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ซึ่งคำตอบของคุณต้นเต็มไปด้วยอรรถรส

แต่ก็แอบแปลกใจนะ คุณต้นเป็นนักธุรกิจที่คุยเก่ง ไม่ตายไมค์ ไปได้ทุกคำถาม Mindset ดี มีปรัชญาชีวิตที่ลึกซึ้ง แต่ทำตัวโลว์โปรไฟล์ (ไม่ค่อยออกสื่อสาธารณะ) จึงไม่แปลกเลยที่ในคอร์สสอนธุรกิจของอาจารย์เอ็ม จะมีผู้ติดตามมาถามว่านักธุรกิจท่านนี้คือใคร

ช่วงครึ่งหลังของคลิป เราจะได้ฟังมุมมองของเศรษฐีที่ไม่ได้มีเป้าหมายหลักเป็นการหาเงินเพิ่ม แต่เป็นชีวิตที่ยังคง “สนุกกับการทำงาน” เพื่อสร้างมูลค่าให้ตัวเองและผู้อื่น

ตลอด 1 ชั่วโมงของการสัมภาษณ์ ฉันยังไม่ได้ยินคำว่าเกษียณสักแอะเลย 😂

1. ความมั่งคั่งสร้างจาก Mindset ไม่ใช่แค่ความเก่งหรือความขยัน

ข้อนี้ฟังแล้วอึ้ง! คุณต้นบอกว่าแค่เก่งหรือฉลาดยังไม่พอที่จะทำให้เรามั่งคั่งได้ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ “การเปลี่ยน Mindset และการเปลี่ยนตัวตน” ยอมสละบางสิ่งเพื่อแลกกับสิ่งที่ใหญ่กว่า

ถ้ายึดติดกับกรอบความคิดเดิม สิ่งที่เคยพาคุณมาถึง 1 ล้าน จะพาคุณไปไม่ถึง 10 ล้านหรือ 100 ล้าน

คุณต้นบอกว่า ถ้ายังแช่อยู่ที่หลัก 100 ล้านนานมาก ธุรกิจไปไม่ถึง 1,000 ล้าน แปลว่าคุณยังไม่ได้เปลี่ยน Mindset และตัวตน

ย้ำ! Mindset และตัวตนในแต่ละเฟสของความมั่งคั่งไม่เหมือนกัน

2. ช่วง 1 ล้านแรก: ต้องสละความสุขสบาย และใช้หยาดเหงื่อแลกมา

ช่วงเริ่มต้นที่ยังไม่มีเงินทุนหรือทีมงาน คุณต้องทุ่มแรงกายและเวลาทั้งหมดที่มี คุณต้นย้ำว่าคนที่รักความสบายหรือต้องการ Work-Life Balance ตั้งแต่ต้น จะใช้เวลานานมากในการสะสมความมั่งคั่ง และมักไปไม่พ้นหลักสิบล้าน

3. ช่วง 10 ล้าน: ต้องสละเวลาและความสัมพันธ์ส่วนตัว

เมื่อก้าวสู่หลักสิบล้าน คุณจะพบว่า “เวลาเป็นสิ่งที่ขาดแคลนที่สุด” เพราะต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง จึงต้องยอมสละเวลาพักผ่อนและความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อสร้างความมั่งคั่ง

4. ช่วง 100 ล้าน: ต้องเลิกทำเอง และสละ Know-how เพื่อสร้างทีม

ถ้าต้องการสเกลธุรกิจ คุณต้องเลิกทำทุกอย่างเอง ต้องใช้เวลาของคนอื่นมาทำงานให้ ด้วยการยอมถ่ายทอดความรู้ และบริหารคนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เรามีเวลาไปสร้างมูลค่าที่สูงกว่า

ถ้าทำธุรกิจแต่ไม่ยอมถ่ายทอดวิชาให้คนอื่น และทำเองอยู่คนเดียว คุณก็จะสเกลธุรกิจไม่ได้

5. ช่วง 1,000 ล้าน: ต้องใช้ระบบ (เปลี่ยนธุรกิจเป็นสถาบัน)

เมื่อองค์กรใหญ่เกินกว่าจะดูแลคนได้ทั่วถึง ต้องสร้างระบบให้รันงานแทนตัวบุคคล ต้องเปลี่ยนจาก “ธุรกิจ” ที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์หรือการตัดสินใจของเจ้าของ ไปสู่ “สถาบัน” ที่ขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ วัฒนธรรม และระบบที่เป็นธรรม เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเติบโต

6. ช่วง 10,000 ล้าน: เจ้าของต้อง “ล่องหน”

ในจุดสูงสุด เจ้าของต้องยอมสละตัวตนและหายไปจากองค์กร เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็น “คอขวด” ที่ขวางการเติบโต ต้องปล่อยมือ ให้คนที่เก่งกว่า ดีกว่า และพร้อมกว่า ขึ้นมาสืบทอดและพาองค์กรก้าวข้ามตัวเจ้าของไปให้ได้

👉 อ่านเรื่อง “มนุษย์ล่องหน” แบบเต็มๆ ได้ที่ ยิ่งรวย ยิ่งต้องล่องหน? วิธีคิดของคนมีทรัพย์สินหมื่นล้าน

7. ความยุติธรรม ไม่ใช่ความเท่าเทียม

คนคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดขององค์กร การบริหารคนต้องมีระบบผลตอบแทนที่ยุติธรรมตาม “มูลค่า” ที่พนักงานสร้างได้ คนที่สร้างผลตอบแทนให้องค์กรมาก ก็ควรได้รับผลตอบแทนมาก

นอกจากเงินแล้ว องค์กรต้องให้โอกาส ให้เกียรติ และทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นด้วย ไม่อย่างนั้นพนักงานก็จะอยู่กับเราไม่นาน

8. ต้องแยก “ความเห็นอกเห็นใจ” ออกจาก “ผลประโยชน์ของส่วนรวม”

การบริหารด้วยระบบจำเป็นต้องตัดอารมณ์และอคติส่วนตัวออกไป การตัดสินใจต้องอิงตรรกะและผลประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก

การเป็นเจ้าของไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์ทำตามใจตัวเอง แต่ต้องยอมสละความสัมพันธ์ส่วนตัว เพื่อรักษาความถูกต้องและความเป็นธรรมต่อส่วนรวม

9. อิสรภาพที่แท้จริง คือการไม่ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

อิสรภาพไม่ใช่การทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่คือการสร้าง “ทางเลือก” เพื่อไม่ให้เราถูกบีบบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

อิสรภาพนี้ได้มาจากการค่อยๆ ตัดพันธะ ภาระ และสิ่งจอมปลอมที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิตไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแก่นแท้

10. เป้าหมายสูงสุด คือการค้นหา “ความจริง” เพื่ออิสรภาพและการสร้างมูลค่า

เมื่อความมั่งคั่งถึงจุดหนึ่ง เงินจะไม่ใช่เป้าหมายสำคัญที่สุด แต่คือการค้นหาและเข้าใจ “ความจริง” 3 ประการ คือ ตัวเอง ความสัมพันธ์ และธุรกิจ

การเข้าใจสิ่งเหล่านี้ทำให้เราไม่ยึดติดกับตัวตน ช่วยให้ตัดสิ่งจอมปลอมและภาระทิ้งไปจนเหลือแต่แก่นแท้ นำไปสู่ “อิสรภาพ” ที่เราจะไม่ถูกบีบบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ

และท้ายที่สุด อิสรภาพนี้จะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และสนุกกับการทำงานเพื่อสร้างมูลค่าให้ตัวเองและผู้อื่นต่อไปอย่างไม่รู้จบ

ขมวดยับ

หวังว่าทุกคนจะได้ข้อคิดบางอย่างกลับไป ไม่ว่าจะในมุมของพนักงาน หรือมุมของผู้ประกอบการ

โดยเฉพาะในมุมของพนักงาน เราอาจได้เห็นว่าทำไมผู้บริหารถึงตัดสินใจแบบนั้น ทำไมต้องมีระบบแบบนี้ ทำไมไม่เป็นแบบเถ้าแก่สบายๆ เหมือนเดิมล่ะ เอ้า! ก็เขากำลังจะพาบริษัทสเกลแล้ว

และทำไมบางบริษัทยังเป็นบริษัทร้อยล้าน ไม่ข้ามไปพันล้าน บางบริษัทก็แช่อยู่หลักพันล้าน ไม่ข้ามไปหลักหมื่นล้านสักที

ทั้งหมดนี้อยู่ที่ “กรอบความคิด”


📚 ซีรีส์ ถอดบทเรียนคุณต้น

บทเรียนจากคุณต้น จักรรัตน์ เรืองรัตนากร ในรายการ The Unspoken ช่อง The Alternative Plus อ่านต่อได้ทุกตอน


ขอบคุณบทสัมภาษณ์ดีๆ จากช่อง The Alternative Plus รายการ The Unspoken EP4

เขียนโดย ชัชชญา อังคุลี

นักข่าวสายเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนมากว่า 17 ปี · อ่านเรื่องของฉัน →

ความคิดเห็น

หนึ่งการตอบสนองต่อ “เงินแต่ละหลัก ต้องแลกด้วยอะไร? จาก 1 ล้าน ถึง 10,000 ล้าน”

ใส่ความเห็น